โครงการ “มหานครสีเขียว รักษ์โลก ลดมลพิษ”

ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับให้บริการดูแลลูกค้ามาตลอดระยะเวลา 30 ปี และในโอกาสที่ บริษัท โตโยต้า มหานคร จำกัด ครบรอบ 30 ปี จึงร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เร่งเดินเครื่องตอบแทนสังคมจัดโครงการ “มหานครสีเขียว รักษ์โลก ลดมลพิษ” รณรงค์ให้ประชาชนปลูกต้นไม้ ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน โดยจัดให้มีการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ มิวเซี่ยมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้
นายบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท โตโยต้า มหานคร จำกัด กล่าวว่า ดูจากปรากฏการณ์โลกร้อนที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ มากมาย ทั้งหมดเกิดจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้คนเริ่มตระหนัก หันมาใส่ใจสภาพแวดล้อมรอบตัว และร่วมมือกันช่วยลดมลพิษ ซึ่งทางโตโยต้า มหานครฯ ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหานี้มาโดยตลอด
“ในโอกาสครบรอบ 30 ปีในปี 2553 จึงทำโครงการนี้ขึ้น โดยมีเป้าหมายสร้างมหานครสีเขียว มอบต้นกล้า 30,000 ต้น ให้แก่กรุงเทพฯ นำไปปลูกแถบป่าชายเลน เพื่อลดปัญหาการกัดเซาะ ในเขต กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังร่วมป้องกันควันเสียที่ต้นเหตุด้วยการให้บริการตรวจเช็กไอเสีย รถยนต์ฟรีที่ศูนย์บริการ โตโยต้าทุกสาขา ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ใช้รถยนต์    โตโยต้าทุกรุ่นปรับสภาพรถให้มีระดับการใช้งานที่ดี เพื่อลดมลพิษโดยการมอบคูปองจำนวน 1 แสนใบแก่กรุงเทพฯ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนใช้เป็นส่วนลดที่ศูนย์บริการ”
งานเดียวกันได้รับเกียรติจากคนรุ่นใหม่มาร่วมเปิดใจถึงการช่วยลดภาวะโลกร้อน พิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานบริษัทในเครือ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป เผยว่า ได้ยินเรื่องภาวะโลกร้อนมานานแล้วที่อเมริกา ช่วงแรกเกิดความสงสัยว่าทำไมคนไทยไม่กล่าวถึง ปัจจุบันทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในบริษัทให้พนักงาน แบ่งเป็นกลุ่มช่วยคิดวิธีการลดภาวะโลกร้อน กลุ่มพนักงานตัดเย็บที่ชอบนำกระติกน้ำเข้าไปดื่มภายในห้องทำงาน และเกิดเหตุการณ์น้ำหกบ่อย ๆ พร้อมใจไม่นำกระติกน้ำเข้าไป เปลี่ยนมาดื่มน้ำในที่ที่ จัดไว้ให้ ทำให้ช่วยประหยัดทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ยังช่วยกันเปิดไฟและเปิดเครื่องปรับอากาศช่วงเช้าให้ช้าลง 1 ชม. และปิดในช่วงเย็นเร็วขึ้น 1 ชม. จุดนี้ทำให้พนักงานเกิดความเคยชิน และนำกลับไปใช้ที่บ้าน
สาวรุ่นใหม่ คิม จงสถิตย์วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด เห็นว่าสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นต้องสอนให้รู้ตั้งแต่เด็ก ๆ ในฐานะที่บริษัทของตนผลิตหนังสือ จึงพยายามให้การศึกษาเข้าไปสู่กลุ่มเด็ก ให้รู้ถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บริษัทยังเน้นกระดาษรีไซเคิล และบางส่วนกระดาษผลิตจากป่าที่ปลูกเอง สำหรับส่วนตัวมีวิธีลดโลกร้อนด้วยการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ และใช้กระเป๋าใบใหญ่เพื่อบรรจุทุกสิ่ง และใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก.

ที่มา.. http://www.dailynews.co.th

Advertisements